ครอบครัว(ฉัน)

posted on 12 Nov 2007 15:41 by doiguay



จำได้ว่าพอจำความได้ปุ๊บ ภาพตัวเองเดินตามแม่ต๊อกๆๆๆๆ ก็ปรากฎขึ้นมาในหัว ฉันจะรู้อะไรเกี่ยวกับโลกมากนักล่ะ นอกจากรู้ว่า เวลาตี 1 ถึง เช้า เป็นเวลาทำงานของพ่อกับแม่ฉัน งานอะไรน่ะเหรอ เก็บเห็ดไง ฉันเองก็ช่วยได้แค่เดินเกาะชายเสื้อแม่ จนกว่าแม่จะไปขายที่ตลาด เวลาแม่กับพ่อไปขายเห็ดที่ตลาดสดตอนเช้า เขาก็จะพาฉันไปฝากไว้บ้านยายบ้าง บ้านน้าบ้าง แล้วแต่ว่าใครจะอยู่รับฉัน

โตขึ้นมาหน่อย ฉันก็เริ่มช่วยแม่ปอกเห็ดได้บ้าง แต่แม่ก็มักจะบ่นพ่อเสมอว่า ปล่อยให้ฉันทำได้ยังไงมือหนักบีบจนดอกเห็ดช้ำ ดำหมดแล้ว แล้วแม่ก็จะไล่ฉันไปนอน พอแม่กลับจากตลาดฉันก็หวังแต่ว่าจะได้กินขนม กินผลไม้เหมือนในทีวี แต่เท่าที่จำได้นี่ นอกจากข้าวเหนียวหมูปิ้งแล้ว ฉันแทบจะไม่ได้รู้จักกับอาหารอย่างอื่นเลย

หลังจากกลับจากตลาด พ่อจะไปให้อาหารไก่ แม่จะเก็บกวาดบ้าน และทำกับข้าวให้พ่อกับฉันกิน(ทั้งๆที่ฉันกินข้าวเหนียวกับหมูปิ้งไปแล้ว)  หลังจากนั้นพ่อกับแม่จะเอนหลังนอนหลับกรนแข่งกันลั่นบ้าน ฉันเองพอพ่อกับแม่หลับก็จะออกไปตามบ้านน้าที่มีลูกวัยเดียวกับฉัน ไปขอเล่นกับเขาเพราะฉันไม่มีพี่น้องอยู่ด้วย

และความลำบากอย่างนึงของฉันนอกเหนือจากการปอกเห็ดก็คือ การไปขอเล่นกับน้อง(ก็ไอ้พวกลูกน้าฉันนั่นแหละ) มันมีกัน 2 พี่น้อง คนนึงชื่อ ภณ อีกคนชื่อ ดา (จริงๆมีพี่อีกคนชื่อ พี่สุนีย์ แต่เขาโตกว่าไม่ได้เล่นกับพวกฉันเท่าไหร่) ไอ้เจ้าภณ กับ เจ้าดา เนี่ยมันชอบรวมหัวกันแกล้งฉัน สมัยเป็นเด็กถ้ามีเรื่องขัดใจกัน เราต่างจะไม่ให้อีกฝ่ายเข้าบ้าน ฉันเองจะเข้าบ้านมันไม่ได้แน่เพราะมันมี 2 คน สกัดฉันสบายเลย แต่..ฉันสิ บ้านฉันไม่มีรั้วจะมีก็แต่ต้นชะอมที่พ่อกับแม่ปลูกไว้ขาย (นี่แหละรั้วบ้านชั้นล่ะ) ซึ่งมันก็จะมีทางหมาลอดอยู่ 2 หรือ 3 ช่องนี่แหละ ไอ้ 2 คนพี่น้องมันจะแยกกันเป็น 2 ข้าง แล้วก็วิ่งเข้ามาในบ้านฉันแล้วมันก็จะบอกว่า ฉันแพ้แล้ว ฉันจำภาพนั้นได้ ภาพที่มันกอดคอกันหัวเราะ แล้วฉันก็เริ่มจากสะอึก สะอึก แล้วก็สะอื้น สะอื้น และปล่อยโฮในที่สุด ฮ่าๆๆๆ นึกละก็ขำ แพ้ทีไรฉันก็ต้องเป็นขี้มูกโป่งทุ้กทีสิน่า

ช่วงบ่ายฉันหลับ พ่อกับแม่ก็เริ่มออกทำงานอีกครั้ง ช่วงบ่ายแม่จะไปเปิดดูว่าเห็ดโตมากแต่ไหน ใกล้จะบานหรือยัง  บางทีก็เปิดไปเจองูบ้าง เท่าที่จำได้ก็หลายครั้งอยู่นะ แต่มันก็ไม่ได้กัดแม่หรอก แล้วแม่ก็ไล่มันไป

ช่วงที่เห็ดยังไม่ออก พ่อกับแม่ฉันมีอย่างอย่างหนึ่งที่ทำ ทำจนถึงทุกวันนี้ นั่นก็คือ เก็บชะอมขาย นอกจากเห็ดแล้วตั้งแต่จำความได้ก็มีชะอมอีกอย่างที่อยู่เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตฉันเลย  พ่อกับแม่จะช่วยกับตัดชะอมแต่เช้า สายแม่เข้ามาทำกับข้าว(ส่วนฉันยังไม่ตื่นหรอกเวลานั้น) พอทำเสร็จแม่ก็จะเรียกพ่อเข้ามากินข้าว ตอนเย็นแม่ก็จะมัดโดยใช้กาบกล้วยกับตอก(รู้จักกันไหมหว่า) 

พ่อกับแม่พูดเสมอว่า  "ชะอมของเราจะต้องไม่แพง  แล้วก็จะต้องปลอดยาด้วย  เพราะถ้าคนซื้อเขาซื้อไปกินแล้วเขาจะไม่สบาย จำไว้นะลูก"  ฉันก็ได้แต่พยักหน้าแล้วคิดในใจ "พ่อกับแม่จะบอกอ้อยทำไมเนี่ย"

พอเข้าช่วงหน้านา ฉันก็จะเห็นพ่อเอารถไถออกไปไถนาแต่เช้า  ส่วนแม่ก็จะมีจอบกับเคียวเดินไปตามคัน  ถางหญ้าจนเด็กน้อยอย่างฉันสามารถเดินได้โดยไม่มีหญ้าต้นไหนมาทิ้มแทงให้ฉันคันขาเลย  ตอนเย็นของช่วงหน้านาพ่อกับแม่จะดูเหนื่อยกว่าทุกๆวัน  ฉันแอบเห็นจากข้าวที่หุงเยอะขึ้น(และกินหมดหม้อ)  อารมณ์ที่เสียง่ายมากๆ อาจจะแค่ฉันเข้าบ้านมืด หรือพ่อพูดไม่เข้าหูแม่  และทั้งคู่จะเข้านอนแต่หัวค่ำ

มีกิจกรรมอีกหลายอย่างที่ฉันชอบตามพ่อออกไปทำช่วงหน้านา เช่น ไปปักเบ็ดกับพ่อ  มันคล้ายๆการตกปลาแต่ความยาวของคันเบ็ดมันจะสั้นกว่าแล้วก็โค้งตรงปลายไม้ด้วย  พ่อหาเหยื่อมาได้หลายอย่าง  เปลี่ยนไปเรื่อย  แต่ดูเหมือนพ่อจะไม่ชอบที่ฉันตามไปบ่อยสักเท่าไหร่  เพราะพ่อมักจะพูดว่า  "ถ้ามาด้วยอย่าเสียงดังได้มั้ย" หรือไม่ก็ "ไปอยู่กับแม่ป่ะ" (พ่อพูดทุกครั้งจริงๆนะ)  พอเช้ามืดพ่อก็จะมาเก็บเบ็ดที่ปักไว้ตามคันนา และช่วงนี้แหละที่ฉันไม่เคยเดินตามพ่อเลยเพราะตื่นไม่ทันซักวันนึง  วันไหนพ่อได้ปลาแม่ก็จะเอามาทำอาหารกินกันโดยไม่ต้องซื้อกับข้าว (ฉันก็จะอดกินหมูปิ้ง)  แต่ถ้าวันไหนไม่ได้ปลาเลย  พ่อก็จะถูกแม่หัวเราะเยาะ ฮ่าๆๆๆ

นี่คือชีวิตช่วงเด็กๆของฉันกับครอบครัวที่ภาพยังชัดเจนในหัว คงมีอีกหลายอย่างที่ฉันอาจจะลืมเลือนมันไปบ้าง ไว้เดี๋ยวคราวหน้าจะมาต่อเรื่องตอนอยู่โรงเรียนประถม